เรียนต่อแคนาดาดีอย่างไร

เรียนต่อแคนาดา ดีอย่างไร 

เรียนต่อแคนาดา ดีอย่างไร 

แคนาดาเป็นประเทศที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก เป็นประเทศที่ปลอดภัย สูงสุดของโลก มีระบบการศึกษา ที่มีคุณภาพไม่แพ้อย่างประเทศอเมริกา ออสเตรเลียและอังกฤษเลยค่ะ

เรียนต่อแคนาดา ดีอย่างไร 

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่ยินดีต้อนรับนักเรียนต่างชาติจากรอบโลกมอบความอบอุ่นและเป็นกันเองกับทุกคน แคนาดาเป็นประเทศที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก เป็นประเทศที่ปลอดภัย สูงสุดของโลก มีระบบการศึกษา ที่มีคุณภาพไม่แพ้อย่างประเทศอเมริกา ออสเตรเลียและอังกฤษเลยค่ะ อาจารย์ผู้สอนได้รับการอบรม และฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แคนาดามี 11 มหาวิทยาลัยของที่ติดอันดับอยู่ใน 250 มหาวิทยาลัยทั่วโลก  
ไม่เพียงแค่ได้เรียนในแคนาดาเท่านั้น ยังได้ประสบการณ์เพิ่มเติมโดยสามารถทำงานในแคนาดาได้ระหว่าง เรียนและหลังจากเรียนจบ และแคนาดาได้สร้างตำแหน่งงานใหม่สำหรับบัณฑิตกว่า 1.6 ล้านตำแหน่ง  ค่าเล่าเรียนในแคนาดาอยู่ในราคาที่สามารถจ่ายได้  
อีกทั้งแคนาดายังมีทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ แหล่ง ท่องเที่ยวมากมายมากมาย สวยงามดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมีวัฒนธรรมและเชื้อชาติที่หลากหลายให้เราได้ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ จึงไม่แปลกว่าทำไมแคนาดาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาที่ได้รับความนิยม สำหรับ นักเรียนต่างชาติในขณะนี้


 Related Link

เหตุผลหลักทำไมต้องเรียนต่อที่แคนาดา 
7 เหตุผลที่ต้องไปเรียนต่อที่แคนาดา 
: Canada the Best Quality of Life
แคนาดาติดอันดับ Safest Countries in the World 
แคนาดา Safest Countries In The World 2019 

  • เมืองที่ต้อนรับนักเรียนต่างชาติมากที่สุด
  • ความหลากหลายของนักเรียนต่างชาติมากที่สุด
  • เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยได้ 
  • โอกาสการหางานงานหลังเรียนจบ
  • มหาวิทยาลัยคุณภาพระดับโลก 

“Good Opportunities, Work During Study”

 #เมืองที่ต้อนรับนักเรียนต่างชาติ

นับว่าเป็นประเทศที่น่าสนใจมาก ๆ อีกประเทศหนึ่งที่เหมาะแก่การศึกษาต่อเพราะมาเรียน ในประเทศที่ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดภาษาอังกฤษ ความคุ้นเคยชินของ การได้พูด ได้ยิน ได้ฟัง ได้เขียนภาษาอังกฤษ ทำให้เราซึมซับและพัฒนาทักษะภาษาได้รวดเร็วและพูด ได้คล่องแคล่วขึ้น   
ที่สำคัญเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติทำงานได้ระหว่างเรียนกับหลังเรียนจบ เพราะแคนาดาให้ความ สำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก มอบคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นนักเรียนแคนาดาหรือ นักเรียนต่างชาติ จึงอยากให้นักเรียนต่างชาติได้ทั้งประสบการณ์ในห้องและนอกห้องเรียน หลังจาก เรียนจบจะได้มีความพร้อมกับการทำงานในสถานการณ์จริง รับมือและแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างมืออาชีพ

“More Friends, New Culture, Gain Experiences”

 #ความหลากหลายของนักเรียนต่างชาติมากที่สุด

เพราะหลาย ๆ สิ่งที่แคนาดาได้มอบโอกาสให้กับนักเรียนต่างชาติ เป็นข้อเสนอที่นักเรียนต่างชาติหลาย ๆ คนปฏิเสธไม่ลงจริง ๆ จึงทำให้นักเรียนจากทั่วโลกที่มีหลากหลายเชื้อชาติ เข้ามาเรียนแคนาดาเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีอย่างต่อเนื่อง จากสถิตินักเรียนที่เข้ามาศึกษาต่อในแคนาดามีหลายประเทศ เช่น 

  • Iran 10,885 คน
  • Nigeria 11,290 คน
  • Brazil 13,835 คน
  • United States 14,620 คน
  • Vietnam 20,330 คน
  • France 22,745 คน
  • Republic of Korea 24,195 คน
  • India 172,625 คน
  • Republic of China 142,985 คน
  • ประเทศอื่น ๆ รวม 138,890 คน

*ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561


 Related Link : ข้อมูลสถิตินักเรียนต่างชาติศึกษาต่อที่แคนาดา 


“Can Work Here and Do it Right”

 #เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้


แคนาดาอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติสามารถทำงานได้ในขณะที่เรียนอยู่ในแคนาดา แบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้  
1. Work on campus หรือทำงานในสถานศึกษาผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้ แต่ต้องลงทะเบียนเรียนแบบเต็มเวลา (Full-Time) ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) แต่จำเป็นต้องมี Social Insurance Number (SIN) เพื่อใช้ทำงานในแคนาดาหรือไว้สำหรับรับสิทธิ์หรือผลประโยชน์ในโปรแกรมของรัฐบาล นักเรียนต่างชาติสามารถเริ่มทำงานในแคนาดาได้ หลังจากโปรแกรมที่เลือกเรียนได้เปิดสอนแล้วเท่านั้น เช่น ทำงานในโรงเรียน, นักเรียนเปิดร้านกาแฟเฉพาะในสถาบันศึกษาเท่านั้น 
 รายละเอียดเพิ่มเติม Work on Campus
รายละเอียดเพิ่มเติม Social Insurance Number (SIN)

2. Work off campus หรือ ทำงานนอกสถานศึกษาผู้มีสิทธิ์ทำงานนอกสถานศึกษา ต้องลงทะเบียนเรียนแบบเต็มเวลา (Full-Time) ระยะเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 6 เดือนและมีวีซ่านักเรียนที่ยังไม่หมดอายุ ทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนช่วงปิดเทอมสามารถทำงานได้เต็มเวลาได้ ไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) แต่ต้องมี Social Insurance Number (SIN) 
 รายละเอียดเพิ่มเติม Work off campus
รายละเอียดเพิ่มเติม Social Insurance Number (SIN)

3. Work as a co-op student or intern หรือการฝึกงาน
เป็นข้อกำหนดของหลักสูตรนักเรียนต้องฝึกงานจนครบตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนด จึงสามารถจบการศึกษาได้ ผู้ที่สามารถทำงานประเภทนี้ได้ต้องมีวีซ่านักเรียนที่ยังไม่หมดอายุ สิ่งที่แตกต่างออกไปจาก 2 ประเภทด้านบน คือต้องมีใบอนุญาตทำงานซึ่งต้องทำเรื่องขอก่อนเริ่มงานนะคะ ประเภทของงานที่จะฝึกนั้นต้องสอดคล้องกับหลักสูตรที่เรียนในแคนาดา  
*ผู้ที่ไม่สามารถทำงานประเภทนี้ได้ คือ ผู้ที่เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สอง (ESL/FSL) และหลักสูตรเตรียมความพร้อม 



 Related Link : แคนาดาเรียนด้วยทำงานด้วย  
                    : ข้อมูล Immigration ประเทศแคนาดา
                    : รายละเอียดเพิ่มเติม Work as co-op student or intern
                    : รายละเอียดเพิ่มเติม Social Insurance Number (SIN)


“Work experiences in CANADA”


 #โอกาสการหางานหลังเรียนจบ


หลังเรียนจบสามารถทำงานได้นานถึง 3 ปี ระยะเวลาที่อนุญาตให้ทำงานในแคนาดาได้นานเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของโปรแกรม/หลักสูตรที่น้องได้เรียนมาค่ะ เช่น เรียนที่แคนาดา 9 เดือนสามารถทำงานได้ 9 เดือนและต้องขอใบอนุญาตทำงาน (PGWP – Post-Graduate Work Permit) ถ้าน้องทำงานด้วย PGWP อย่างต่อเนื่องน้องสามารถสมัครขอ PR : Permanent Residence  ของแคนาดาได้อีกด้วย

แหล่งหางานของแคนาดา ได้แก่ Job Bank, Talent Egg 

 Related Link : Job Bank จาก Website Government of Canada 
                               : ข้อมูลเพิ่มเติมการหาตำแหน่งงานในแคนาดา 



“World University Rankings”

 #มหาวิทยาลัยคุณภาพระดับโลก

มหาวิทยาลัยของแคนาดาทั้งหมด 26 มหาวิทยาลัยอยู่ใน World University Ranking for 2020,  ซึ่งจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด 1,001 ทั่วโลก 

10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในแคนาดา

  1. University of Toronto
  2. McGill University
  3. University of British Columbia
  4. University of Alberta
  5. Université de Montréal
  6. McMaster University
  7. University of Waterloo
  8. Western University
  9. University of Calgary
  10. Queen’s University


 Related Link

World University Ranking for 2020 จาก Top Universities
10 ลำดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของแคนาดา


 Click อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง >> เรียนต่อเมืองนอกใช้เอเจนท์ดีหรือไม่ 

“เรียนต่อต่างประเทศได้อะไรมากว่าที่คุณคิด รู้แบบนี้แล้ว ไปหาโปรแกรมเรียนกันเลยคะ “

ถ้าพร้อมแล้ว Let’s Go

รู้แบบนี้แล้วรอช้าอยู่ใย รีบตามหาโปรแกรมที่ใช่ ประเทศที่โดน แล้วไปพัฒนาศักยภาพในตัวกันเลยค่ะ พี่ๆ ABROADY ได้แนบลิ้งค์เพื่อให้น้อง ๆ พี่ ๆ ได้เข้าไปเพื่อสามารถเช็ค

โปรแกรม ประเทศ และราคาได้ด้วยตัวเองด้านล่างนี้ พร้อมสามารถกดจองโปรแกรมที่สนใจไว้ได้เลย หากมีข้อสงสัยด้านการไปเรียนต่อต่างประเทศสอบถามทีมงาน ABROADY ได้ตลอดเวลาคะ

คุณชอบบทความนี้

หากอยากรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติม คลิก

บทความ เรียนต่อต่างประเทศ

แชร์ :

การสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ชื่อว่าเป็นสนามสอบที่หินมากสนา...

แชร์ :

การสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ชื่อว่าเป็นสนามสอบที่หินมากสนา...

Re view

S__12107787

"

ตอง เรียน MBA ที่ California State University, Los Angeles

เอเจนซี่ที่ใช้คือ abroady ชื่อพี่แนน อันนี้แฟนแนะนำมา สัมรอบ2ผ่านใช้เอเจนฯเดิม แนะนำช่วยเหลือตลอดจนรอรับที่สนามบินที่LA
5/5
Mark

"

มาร์ค เรียน Associate Arts, Music ที่ Santa Monica College

แนะนำโปรแกรมได้ถูกใจและตรงตามงบประมาณที่request รอต้อนรับที่สนามบินLAX ขอบคุณพี่แนนมากๆครับ
5/5
241510055_1478099405900497_3297524323225813503_n

"

ป่าน เรียน ESL ที่ Melbourne Australia

ตอนแรกจะเรียนภาษาแค่6เดือน เรียนสนุกขอเรียนต่ออีก6เดือนโดยไว้ใจให้ ABROADY ดูแลต่อ แนะนำABROADYครับ
5/5
IMG_7300

"

โหน่งเรียน Master of Speech Pathology ที่ University of Canberra

ให้บริการดีมาก เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและช่วยจัดเตรียมเอกสารครบถ้วน ไม่ติดขัดหรือตกหล่น ควรเพิ่มช่องทางในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น Line แล้วมีการตอบรับล่าช้าบ้าง
5/5
A4CA12AB-6206-4994-90FA-8BE3F037D872

"

ไอซ์ เรียน ​MBA ที่ California State University, Los Angeles

ดูแลทุกขั้นตอน มารับถึงสนามบิน ให้คำปรึกษาตรงจุดค่ะ
5/5
เรียนอะไรดี
เรียนอะไรดี
เรียนคณะอะไรดี?
เรียนคณะอะไรดี?